อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การทดสอบระดับ 159.28 เกิดขึ้นในช่วงที่ MACD เคลื่อนตัวลงมาต่ำกว่าเส้นศูนย์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพการปรับตัวลงของคู่สกุลเงินนี้
เงินเยนแข็งค่าขึ้นมาได้ค่อนข้างดี แต่การอ่อนค่าลงภายหลังก็ถูกซื้อกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ตอนนี้ตลาดกำลังรอรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ ฉบับสำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index) และดัชนีพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ข้อมูลเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการคาดการณ์นโยบายของ Fed เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจะช่วยหนุนมุมมองต่อการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ดัชนีพื้นฐานถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดแรงกดดันด้านราคาอย่างต่อเนื่องที่แม่นยำที่สุด
การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้ออย่างรวดเร็วจะเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ ผ่านผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นต่อท่าทีแบบเหยี่ยวของธนาคารกลาง สำหรับเงินเยนแล้ว สถานการณ์เช่นนี้มีความเสี่ยงต่อการอ่อนค่า เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นท่ามกลางเงินเฟ้อสูง จะยิ่งขยายช่องว่างระหว่างแนวทางของ Fed กับท่าทีที่ระมัดระวังมากกว่ามากของ Bank of Japan ความแตกต่างนี้กดดันต่อค่าเงินเยนมาโดยตลอด และรายงานที่ออกมาแข็งแกร่งอาจผลักดันให้คู่เงิน USD/JPY ปรับตัวสูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากเงินเฟ้อออกมาอ่อนแอ จะกดดันค่าเงินดอลลาร์และเปิดโอกาสให้เงินเยนฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตาม Scenario #1 และ Scenario #2 มากกว่า
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันวางแผนจะซื้อ USD/JPY เมื่อราคามาถึงจุดเข้าใกล้บริเวณ 159.25 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายให้ราคาขึ้นไปที่ระดับ 159.63 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณ 159.63 ฉันจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้ามทันที โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวไว้ที่ 30–35 จุดจากระดับดังกล่าว การปรับขึ้นของคู่สกุลเงินในวันนี้มีความเป็นไปได้ แต่ภาพรวมยังค่อนข้างไม่แน่นอน สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันวางแผนจะซื้อ USD/JPY อีกกรณีหนึ่ง หากราคาทดสอบระดับ 159.10 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะจำกัดโอกาสการปรับลงของคู่นี้และนำไปสู่การกลับตัวขึ้น สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับด้านตรงข้ามที่ 159.25 และ 159.63 ได้
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY หลังจากราคาทะลุลงต่ำกว่าระดับ 159.10 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งอาจนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายสำคัญของฝั่งขายจะอยู่ที่ 158.79 ซึ่งฉันจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวไว้ที่ 20–25 จุดจากระดับดังกล่าว แรงกดดันด้านขาลงต่อคู่เงินมีโอกาสกลับมาในวันนี้ หากธนาคารกลางเข้ามาแทรกแซง สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ใต้เส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY อีกกรณีหนึ่ง หากราคาทดสอบระดับ 159.25 สองครั้งติดต่อกัน ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของคู่นี้และนำไปสู่การกลับตัวลง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับด้านตรงข้ามที่ 159.10 และ 158.79 ได้
สำคัญมาก ผู้เริ่มต้นเทรด Forex ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อจะตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการมีสถานะในตลาด เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาที่รุนแรง หากคุณตัดสินใจจะเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุน หากไม่มี stop orders คุณอาจสูญเสียเงินในบัญชีทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้ใช้การบริหารเงิน (money management) ที่เหมาะสมและใช้ขนาดสัญญาในการเทรดที่ใหญ่เกินไป
และจงจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น ตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสภาพตลาดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday trader)