อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
วันนี้ ตลอดช่วงครึ่งแรกของวัน เนื่องจากความผันผวนลดลงอย่างรุนแรง จึงไม่เกิดโอกาสในการเทรด
ข้อมูลเศรษฐกิจจากยูโรโซนในงวดปัจจุบันออกมาไม่น่าพอใจนัก แม้ว่าค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในเดือนเมษายน ดุลการค้าปรับตัวเป็นขาดดุล 1 พันล้านยูโร ซึ่งตัดกับตัวเลขเกินดุล 8.7 พันล้านยูโรเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างชัดเจน ภาคการผลิตขยายตัวรายเดือนได้เพียงเล็กน้อยที่ 0.2% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.3% นับเป็นเดือนที่เจ็ดติดต่อกันที่เศรษฐกิจไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคส่วนนี้
ในช่วงครึ่งหลังของวัน มีการคาดการณ์ว่าจะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อดอลลาร์สหรัฐ จุดสนใจหลักจะอยู่ที่ดัชนี Empire State Manufacturing ซึ่งจัดทำโดย Federal Reserve Bank of New York โดยตัวชี้วัดนี้สะท้อนสภาวะของภาคการผลิตในรัฐนิวยอร์ก และถือเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดกิจกรรมทางธุรกิจที่ออกมาเร็วที่สุดของสหรัฐฯ ค่าดัชนีที่สูงกว่าศูนย์โดยทั่วไปบ่งชี้ถึงการขยายตัว ขณะที่ค่าต่ำกว่าศูนย์บ่งชี้ถึงการหดตัว
ในเวลาเดียวกัน จะมีการประกาศข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุมภาคอุตสาหกรรมหลักทั้งหมด รวมถึงเหมืองแร่ การผลิต และสาธารณูปโภค การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม และการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดนี้อาจสะท้อนถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
นอกจากนี้ ยังจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับข้อมูลการผลิตภาคการผลิตด้วย ภาคส่วนนี้ยังคงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของ GDP และมักทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพที่ครบถ้วนมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และช่วยในการคาดการณ์ทิศทางในอนาคตของดอลลาร์
หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง ผมจะใช้กลยุทธ์ Momentum หากตลาดตอบสนองต่อข้อมูลเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่ตอบสนอง ผมจะใช้กลยุทธ์ Mean Reversion ต่อไป
กลยุทธ์ Momentum (Breakout Trading) สำหรับช่วงครึ่งหลังของวัน
สำหรับ EUR/USD
สำหรับ GBP/USD
สำหรับ USD/JPY
กลยุทธ์ Mean Reversion (Fade Trade) สำหรับช่วงครึ่งหลังของวัน
สำหรับ EUR/USD
สำหรับ GBP/USD
สำหรับ AUD/USD
สำหรับคู่เงิน USD/CAD